2005/Apr/26

จากเรื่อง หนังสือกับกระเป๋าตังค์ ของ house พูดถึง ฐานคนอ่าน ผมเลยนึกถึงตอนสมัยมัธยม ซึ่งเป็นช่วงที่ผมเป็นหนอนหนังสือสุดขีด อ่านหนังสือเยอะจนนับเล่มไม่ได้

ตอนนั้นอยู่นครสวรรค์ ก็ถือว่าเป็นจังหวัดที่ใหญ่ในระดับนึง แต่ก็ต้องผจญชะตากรรมกับการหาหนังสือที่ต้องการไม่ได้

ปัญหาที่เผชิญในตอนนั้น ก็คือ
  • หาหนังสือไม่ได้
  • ต้องสั่งซื้อและรอ (ไม่ทันใช้)
  • ไม่รู้จักหนังสือ (ไม่รู้จักแล้วจะสั่งซื้อได้ไง?)
  • ไม่มีตัวอย่างให้เปิดอ่าน (จะสั่งซื้อเลยก็กลัวเสียดายตังค์)
  • ไม่ค่อยลดราคา !!
ต้องเข้าใจนะ ตอนนั้นยังเรียนอยู่ เงินขอพ่อแม่ใช้ และเงินที่ใช้ซื้อหนังสือส่วนใหญ่เป็นเงินเก็บ จะซื้อหนังสือสักเล่มหนึ่งจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ

เลยลองคิดเล่น ๆ ถ้าจะกระตุ้นให้เกิด นักอ่าน มากขึ้น แนวทางแบบนี้ใช้ได้ไหม?
  • ต้องมีกิจกรรมอย่าง "งานสัปดาห์หนังสือ" กระจายไปตามจังหวัดใหญ่ ๆ ทั่วประเทศ
  • ต้องมี "ศูนย์หนังสือขนาดใหญ่" กระจายไปตามจังหวัดใหญ่ ๆ ทั่วประเทศ
ถ้าทำได้ ฐานคนอ่านน่าจะเยอะขึ้น เพราะจะช่วยให้คน รู้จักหนังสือ มากขึ้น


อ้อ อีกอย่างนึง ให้เปิดอ่านในร้านได้หน่อยสิโว้ย!!
เพราะอะไรน่ะหรือ? จะเล่าให้ฟัง

สมัยอยู่นครสวรรค์อีกนั่นแหล่ะ ณ ร้านหนังสือหนึ่งในร้านที่ใหญ่ที่สุด ผมเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่กล้าเปิดหนังสือยืนอ่านนาน ๆ แบบว่าอ่านจนจบบทอะไรประมาณนั้น แล้วจนกระทั่งครั้งหนึ่ง ผมไปเปิดอ่านหนังสือเล่มหนึ่งนานพอสมควร แล้วหลังจากนั้นไม่กี่วัน ผมกลับไปอีกครั้ง เฉพาะหนังสือเล่มนั้นถูกห่อด้วยพลาสติก!!! ....หลังจากวันนั้นผมก็ไม่เคยซื้ออะไรจากร้านนั้นอีกเลย (จริง ๆ ต้องบอกว่า ไม่จำเป็นจริง ๆ ก็ไม่แวะเข้าไปเลยมากกว่า)

อ้อ ผมไม่ใช่พวกนิยมยืนอ่านในร้านหรอกนะ แต่เป็นพวกเลือกหนังสือนาน ถ้าไม่มั่นใจจริง ๆ ก็ไม่อยากซื้อ เสียดายเงินเป็นเหมือนกัน .....อย่างน้อยยอดซื้อหนังสือผมก็เยอะกว่าเด็กส่วนใหญ่ที่อยู่รุ่นเดียวกันนะ

เรื่องจากร้านเจ้าปัญหายังไม่จบ เพราะหลังจากคราวนั้นแล้ว พ่อผมยังเคยโดนพนักงานในร้านนั้นเดินมาบอกว่า "อย่ายืนอ่านในร้าน" อีกด้วย ....แค่เปิดอ่านเพื่อเลือกซื้อนะนั่น แล้วแบบนี้จะให้คนไทยรักการอ่านหนังสือได้อย่างไร?

....แล้วผมกับพ่อก็เดินออกจากร้าน และไม่เหยียบเข้าไปร้านนั้นอีกจนปัจจุบัน....

อืม อยู่ลำปางฮะ
ถามว่าหนังสือมีให้ซื้อไหมก็มีนะฮะ เพราะลำปางก็จะมี ดวงกมล หนังสือผมคิดว่าเยอะดี แถมเปิดอ่านได้อีก จะเปิดอ่านนานแค่ไหนก็ไม่ว่า และมีบัตรสมาชิกลดราคาได้อีก 10%
เทียบกันแล้วคิดว่าโชคดีนิดนึงฮะ
#1  by  リリース At 2005-04-26 00:13, 
ประเด็นนี้ทำให้ร้าน B2S ได้เงินผมไปเยอะมากในช่วงหลัง ร้านที่อำนวยความสะดวกให้คนเข้าไปอ่าน ผมเข้าไปใช้บริการบ่อยๆ หลายครั้งเข้าไปอ่านหนังสือที่คิดว่าไม่มี่ทางซื้ออยู่แล้วจนจบ (มักจบด้วยความรู้สึกที่ ว่าดีแล้วที่ไม่ซื้อ) แล้วซื้อเล่มที่แพงกว่านั้นติดมือกลับบ้านมาด้วยเสมอๆ

หนังสือต่างประเทศอย่าง The Supernaturalist หรือ It's Alive. ล้วนเป็นรางวัลให้กับความกล้าที่จะทำร้านอย่างนี้ในไทย
#2  by  ลิ่ว At 2005-04-26 00:42, 
คนบ้านนอกก็งี้แหละครับ ไม่มีหัวการค้าและไม่เข้าใจว่าบางทีการให้ลูกค้าได้พิจารณาสินค้าของตัวเองนั้น เป็นสิ่งที่จะช่วยเสริมความมั่นใจในสินค้าของเขาว่า ซื้อไปแล้วคุ้มสตางค์

ผมเองอยู่สิงห์บุรี ต้องบอกว่ามีร้านหนังสือไม่กี่ร้านเท่านั้นที่สามารถอยู่รอกดมาได้ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ สิงห์บุรีเป็นจังหวัดเล็กๆ คนน้อยแถมส่วนใหญ่ก็เป็นวัยทำงาน อยู่นา อยู่สวน คนที่จะอ่านหนังสือหายากมาก เวลาอยากได้หนังสือใหม่ๆต้องนั่งรถไปซื้อที่ลพบุรีครับ เพราะหนังสือจะอัพเดทกว่ากันแบบที่สิงห์บุรีไม่ติดฝุ่นเลย

เห็นด้วยนะครับที่จะให้มี ศูนย์หนังสือใหญ่ๆ กระจายไปตามภูมิภาคต่างๆ อย่างน้อยมันก็ช่วยให้คนที่ชอบอ่านหนังสือ ได้รับประโยชน์และก็เป็นการส่งเสริมการอ่านด้วย
#3  by  ณัฐ At 2005-04-26 06:41, 
- - อย่ายืนอ่านในร้าน - -a

พูดเหมือนเรื่องโดราเอม่อนเลย - -

เดี๋ยวนี้ผมเลยไม่ค่อยซื้อหนังสือจากร้านหนังสือเท่าไหร่นัก เก็บเงินไว้รองานหนังสือ แล้วค่อยซื้อทีเดียว =
#4  by  เป๋า&ล่า At 2005-04-26 09:10, 
งึมๆ ร้านใหญ่ๆที่กระจายไปตามหัวเมืองใหญ่ๆ อย่างซีเอ็ด B2S ก็เริ่มบริการแบบเดียวกันแล้วครับ

ส่วนใหญ่ตามจังหวัดใหญ่ๆก็มีร้านหนังสือที่บริการลูกค้าได้ดีมากแล้ว
ผมยืนอ่านทั้งวันยังไม่มีใครว่าเลย ฮิๆ
ถ้าเป็นเรื่องการ์ตูน กับพฤติกรรมไล่ลูกค้าในร้าน ผมยังจำการ์ตูนเรื่องหนึ่งได้

ชินจังไง(ที่จะมียัยป้าแว่นกะลูกจ้างสาวคอยส่งสัญญาณมือประหลาดๆกันในร้านน่ะ555
#6  by  ณัฐ At 2005-04-27 00:28, 
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผมก็ยืนอ่านในร้านหรือเปล่า เลยไม่ชอบแนวคิดห้ามอ่านในร้านแบบนี้ เพราะผมมองว่าถ้าหนังสือมันดีถึงระดับหนึ่งแล้วต่อให้คุณอ่านในร้านจนจบก็ต้องซื้อกลับบ้านอยู่ดี แต่ตรงข้าม ถ้าผมไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนั้นในร้าน ผมก็คงไม่ซื้อ เพราะไม่รู้ว่าเขียนดีแค่ไหน
#7  by  P.S. At 2005-04-27 11:09, 

<< Home