ขอลงอีกรูปนึงก่อน ^^'

เพื่อไม่ให้เพื่อน ๆ ที่เข้ามาอ่านเบื่อกับการบ่นของผมไปเสียก่อน เลยเอาเรื่องราวที่พบเจอในระหว่างการทำงานมาเล่าให้ฟังบ้างดีกว่า
เมื่อวันอังคารตอนกำลังนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ ก็มีเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรแวะเวียนมาแบบไม่นัดหมายล่วงหน้า ซึ่งเป็นการสุ่มตรวจของกรมสรรพากรนั่นเอง และด้วยความที่ออฟฟิศเป็นห้องเล็ก ๆ ห้องเดียว เราก็เลยได้นั่งฟังด้วย .....แอบฟังจนงานแทบไม่เดินเลย ^^"
เรื่องที่น่าสนใจ คือ ด้วยความที่เป็นบริษัทค้นคว้า, วิจัย, และพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยเฉพาะในส่วนของการค้นคว้าและวิจัย จะมีงานบางชิ้นซึ่งลงมือทำไปแล้วถูกยุบเลิกไป เพราะข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ด้านเทคโนโลยี, ด้านความรู้, ด้านกำลังคน, หรือความคุ้มค่าในเชิงธุรกิจ
ประเด็นก็คือ เมื่อเป็นชิ้นงานของบริษัท ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายของงานชิ้นนั้น ๆ และลงรายการใน บัญชี เป็น ค่าใช้จ่าย
ซึ่งในแง่มุมของคนที่ทำงานด้านนี้ ก็ต้องบอกว่ามันควรจะเป็นเช่นนั้น .....แต่กรมสรรพากรบอกว่า ไม่ได้ เพราะในมุมมองของกรมสรรพากรก็จะกลัวว่า จงใจทำให้เกิดค่าใช้จ่าย ซึ่งจะส่งผลให้บริษัท มีกำไรน้อยลง หรือ ขาดทุน และทำให้จ่ายภาษีน้อยลง ....สรุปง่าย ๆ คือ กลัวการจงใจหลบหลีกภาษีด้วยการเพิ่ม "ค่าใช้จ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้" นั่นเอง
แต่การค้นคว้าวิจัยนี่แหล่ะที่อาจจะสร้างรายได้มหาศาลในอนาคต เพราะหากงานค้นคว้าวิจัยชิ้นใดประสบความสำเร็จ มันจะเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ หรือเป็นสิ่งที่หาคนทำได้ยาก ดูได้จากการที่ประเทศไทยต้องนำเข้า "องค์ความรู้" และ "เทคโนโลยี" (มันคำเดียวกันมั้ยเนี่ย?) กันอย่างมากมายในแต่ละปี เพราะคนไทยคิดและทำเองไม่ได้นั่นเอง
เลยสงสัยว่า จะตั้งบริษัทขึ้นมาในรูปแบบเพื่อการค้นคว้าและวิจัยได้อย่างไร ในเมื่อการหวังผลให้งานสามารถสร้างรายได้นั้นทำได้ยาก โดยเฉพาะในช่วงแรกที่บริษัทเพิ่งก่อตั้ง
เท่าที่รู้มันก็มีแนวทางอยู่บ้าง จากการหาทุนสนับสนุนต่าง ๆ รวมถึงขอรับการสนับสนุนจาก คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI นั่นเอง ......แต่สิ่งเหล่านี้ก็มีเงื่อนไขและระยะเวลาที่จำกัด
อืมม... ยังมีเรื่องต้องศึกษาและคิดอีกเยอะ
การก่อตั้งบริษัทเพื่อการค้นคว้าวิจัยนี่เป็นความฝันหนึ่งของผมเลย และก็คงเป็นความฝันของบรรดา geek ทั้งหลายเช่นกัน .....ที่ส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ด้านบริหารธุรกิจมากพอ (เช่นคนที่เขียนอยู่นี่ไง) หรือบางคนก็ไม่สนใจเลย ^^"
อ่านต่อ
edit @ 2005/05/13 11:13:40

เพื่อไม่ให้เพื่อน ๆ ที่เข้ามาอ่านเบื่อกับการบ่นของผมไปเสียก่อน เลยเอาเรื่องราวที่พบเจอในระหว่างการทำงานมาเล่าให้ฟังบ้างดีกว่า
เมื่อวันอังคารตอนกำลังนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ ก็มีเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรแวะเวียนมาแบบไม่นัดหมายล่วงหน้า ซึ่งเป็นการสุ่มตรวจของกรมสรรพากรนั่นเอง และด้วยความที่ออฟฟิศเป็นห้องเล็ก ๆ ห้องเดียว เราก็เลยได้นั่งฟังด้วย .....แอบฟังจนงานแทบไม่เดินเลย ^^"
เรื่องที่น่าสนใจ คือ ด้วยความที่เป็นบริษัทค้นคว้า, วิจัย, และพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยเฉพาะในส่วนของการค้นคว้าและวิจัย จะมีงานบางชิ้นซึ่งลงมือทำไปแล้วถูกยุบเลิกไป เพราะข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ด้านเทคโนโลยี, ด้านความรู้, ด้านกำลังคน, หรือความคุ้มค่าในเชิงธุรกิจ
ประเด็นก็คือ เมื่อเป็นชิ้นงานของบริษัท ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายของงานชิ้นนั้น ๆ และลงรายการใน บัญชี เป็น ค่าใช้จ่าย
ซึ่งในแง่มุมของคนที่ทำงานด้านนี้ ก็ต้องบอกว่ามันควรจะเป็นเช่นนั้น .....แต่กรมสรรพากรบอกว่า ไม่ได้ เพราะในมุมมองของกรมสรรพากรก็จะกลัวว่า จงใจทำให้เกิดค่าใช้จ่าย ซึ่งจะส่งผลให้บริษัท มีกำไรน้อยลง หรือ ขาดทุน และทำให้จ่ายภาษีน้อยลง ....สรุปง่าย ๆ คือ กลัวการจงใจหลบหลีกภาษีด้วยการเพิ่ม "ค่าใช้จ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้" นั่นเอง
แต่การค้นคว้าวิจัยนี่แหล่ะที่อาจจะสร้างรายได้มหาศาลในอนาคต เพราะหากงานค้นคว้าวิจัยชิ้นใดประสบความสำเร็จ มันจะเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ หรือเป็นสิ่งที่หาคนทำได้ยาก ดูได้จากการที่ประเทศไทยต้องนำเข้า "องค์ความรู้" และ "เทคโนโลยี" (มันคำเดียวกันมั้ยเนี่ย?) กันอย่างมากมายในแต่ละปี เพราะคนไทยคิดและทำเองไม่ได้นั่นเอง
เลยสงสัยว่า จะตั้งบริษัทขึ้นมาในรูปแบบเพื่อการค้นคว้าและวิจัยได้อย่างไร ในเมื่อการหวังผลให้งานสามารถสร้างรายได้นั้นทำได้ยาก โดยเฉพาะในช่วงแรกที่บริษัทเพิ่งก่อตั้ง
เท่าที่รู้มันก็มีแนวทางอยู่บ้าง จากการหาทุนสนับสนุนต่าง ๆ รวมถึงขอรับการสนับสนุนจาก คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI นั่นเอง ......แต่สิ่งเหล่านี้ก็มีเงื่อนไขและระยะเวลาที่จำกัด
อืมม... ยังมีเรื่องต้องศึกษาและคิดอีกเยอะ
การก่อตั้งบริษัทเพื่อการค้นคว้าวิจัยนี่เป็นความฝันหนึ่งของผมเลย และก็คงเป็นความฝันของบรรดา geek ทั้งหลายเช่นกัน .....ที่ส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ด้านบริหารธุรกิจมากพอ (เช่นคนที่เขียนอยู่นี่ไง) หรือบางคนก็ไม่สนใจเลย ^^"
อ่านต่อ
- house: กฏหมายภาษีไทย : เต่าล้านปีที่ควรปรับปรุง
- demigod: สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี
edit @ 2005/05/13 11:13:40
เหอๆ สรรพากรอีกแย้ว

