2005/Aug/02

ต่อจาก การสิ้นสุดสายราชวงศ์หลักแห่งจักรวรรดิเกาหลี (1)

เจ้าชาย Eun ผู้เติบโตในญี่ปุ่น
หลังจากญี่ปุ่นได้บังคับเปลี่ยนองค์จักรพรรดิเกาหลีแล้ว เจ้าชาย Eun มกุฎราชกุมาร ผู้ทรงพระชนมายุเพียง 10 พรรษา ก็เป็นหนึ่งในเจ้าชายเจ้าหญิงที่ถูกส่งไปศึกษาเล่าเรียนในญี่ปุ่น ครั้นปี พ.ศ. 2463 (ค.ศ. 1920) ทรงมีพระชนมายุ 22 พรรษา ก็ได้อภิเษกสมรสกับเจ้าหญิง Masako Nashimoto แห่งญี่ปุ่น  และทรงมีพระโอรสด้วยกันสองพระองค์ คือ
  • เจ้าชาย Jin (이진, I Jin)
  • เจ้าชาย Gu (이구, I Gu)
กษัตริย์พลัดถิ่น
ในปี พ.ศ. 2469 (ค.ศ. 1926) เมื่อจักรพรรดิ Sunjong เสด็จสวรรคต เจ้าชาย Eun ทรงรับการราชาภิเษกเป็น "กษัตริย์ Lee แห่งเกาหลี (His Majesty King Lee of Korea)" ซึ่งเป็นพระอิสริยยศที่ถูกทางญี่ปุ่นลดลงมาจากชั้นจักรพรรดิ

ส่วนเจ้าหญิง Masako ก็ทรงพระอิสริยยศเป็น "เจ้าหญิง Bangja (이방자, I Bangja) มกุฎราชกุมารีแห่งเกาหลี"

แต่ทั้งเจ้าชาย Eun และเจ้าหญิง Masako ก็ยังคงประทับอยู่ในญี่ปุ่นต่อไป

จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) ที่เกาหลีเป็นอิสรภาพจากญี่ปุ่น และแตกเป็นเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้แล้ว เจ้าชาย Eun ทรงขอเสด็จกลับเกาหลีใต้ แต่ถูกปฏิเสธโดยประธานาธิบดีคนแรก Rhee Sangman (이승만, I Seung-man) เจ้าชาย Eun จึงยังประทับอยู่ญี่ปุ่นเรื่อยมา

เสด็จกลับมาตุภูมิ
เวลาผ่านพ้นจนปี พ.ศ. 2506 (ค.ศ. 1963) ประธานาธิบดี Park Chung Hee (박정희, Bak Jeong-hui) ได้ส่งคำเชิญถึงเจ้าชาย Eun และเจ้าหญิง Masako ให้เสด็จกลับสู่เกาหลีใต้ นับเป็นเวลาถึง 56 ปีที่เจ้าชายได้จากแผ่นดินเกิดไป

แต่จากการที่เกาหลีไม่มีสถาบันจักรพรรดิมานานกว่า 37 ปีนับแต่การล่มสลายของจักรวรรดิเกาหลี ประกอบกับเจ้าชาย Eun ประชวรด้วยโรคหลอดพระโลหิตอุดตันในสมอง ทำให้ต้องใช้ชีวิตอยู่บนพระแท่น (เตียง) ไปตลอดชีวิต จึงไม่มีการขึ้นสืบราชสมบัติ

ทั้งสองพระองค์เข้าประทับ ณ พระตำหนัก Nakseon ในเขตพระราชวัง Changdeokgung (창덕궁) ซึ่งอยู่ภายในกรุงโซล เมืองหลวงเกาหลีใต้

สิ้นสุดมงกุฎราชันย์
เจ็ดปีหลังจากเสด็จกลับสู่เกาหลี เจ้าชาย Eun ก็สิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2513 (ค.ศ. 1970) พระศพของพระองค์ทรงนำไปฝังไว้ที่ Hong'yu-reung เมือง Namyangju (남양주) และภายหลังการสิ้นพระชมน์ พระองค์ทรงเป็นที่รู้จักกันในพระนาม "เจ้าชาย Euimin (의민) มกุฎราชกุมารแห่งเกาหลี (Crown Prince Euimin of Korea)"

ส่วนเจ้าหญิง Masako นั้นก็ยังประทับอยู่ที่พระตำหนัก Nakseon ต่อไป จนกระทั่งสิ้นพระชมน์ด้วยโรคมะเร็งในปี พ.ศ. 2532 (ค.ศ. 1989) และทรงนำพระศพไปฝังไว้เคียงข้างพระสวามี

หลังจากเจ้าชาย Eun สิ้นพระชมน์ ก็มิได้มีการแต่งตั้งพระอิสริยยศ "มกุฎราชกุมาร/กุมารี" อีก เจ้าชาย Eun จึงทรงเป็น "มกุฎราชกุมารพระองค์สุดท้ายแห่งจักรวรรดิเกาหลี"


เขียนช้าไปนิด เนื่องจากเสียเวลาตรวจสอบราชาศัพท์ (บางจุดยังมั่ว ๆ อยู่ -_-) และความถูกต้องของเนื้อหาพอสมควร
ต่อไปเป็นเรื่องราวของ "เจ้าชาย Gu ผู้สืบราชสกุลสายหลักพระองค์สุดท้ายของจักรวรรดิเกาหลี" แล้วครับ


อ่านต่อ... การสิ้นสุดสายราชวงศ์หลักแห่งจักรวรรดิเกาหลี (3)


edit @ 2005/08/02 22:11:49
โอว นึกว่าจะสองตอนจบนะเนี่ย
รอตอนสาม กรี๊ดๆ
#1  by  วง At 2005-08-02 22:08, 
รู้สึกชื่อเชื้อพระวงศ์เกาหลีกับญี่ปุ่นใช้ศัพท์ธรรมดาๆ เหมือนสามัญชนจังแฮะ เอ จะว่าไปทางยุโรปเขาก็ใช้ชื่อธรรมดาเหมือนกันนี่นา แหะๆ งั้นที่ชื่ออลังการมากๆ ก็คงเป็นไทยกับจีนเท่านั้นสินะ
#2  by  P.S. At 2005-08-02 22:08, 
น่าเศร้าจังค่ะ เรื่องของราชวงศ์ชั้นสูง

ใครบอกว่าเกิดเป็นเชื้อพระวงศ์คือผู้มีบุญนี่คงไม่จริงมั้งคะ?

นัทว่าเป็นคนสามัญนี่มีความสุขมากกว่า
รอตอนต่อไปค่ะ


เหมือนอ่านนิยายอยู่เลย
#3  by  Na - th (นัท) At 2005-08-02 22:50, 
รออ่าน รออ๊าน รออ่าน
#4  by  Bickboon At 2005-08-02 23:03, 
ลับแล้วอีกราชวงศ์
เกร็ดความรู้ครับ
ชอบๆๆๆ
#6  by  plynoi แว่วศรี At 2005-08-03 16:20, 

<< Home