2007/Nov/21

ตามบัตรประชาชนระบุนับถือพุทธ ไม่เคยเปลี่ยน
วิถีชีวิตจะบอกว่า มือถือสาก ปากถือศีล ก็คงใช่

แถมช่วงชีวิตหนึ่งเคยจำกัดความเรื่องศาสนาของตัวเองว่า

"ผมไม่นับถือศาสนา ผมนับถือตัวเอง"

เป็นเรื่องนานมาแล้ว เมื่อก่อนไม่ค่อยหยิบยกความเชื่อเชิงศาสนามาถกกับใครเท่าไหร่
หลัง ๆ ได้ฟังได้อ่านแนวคิดความเชื่อต่าง ๆ เยอะขึ้น ก็ปรับแนวคิดให้เปิดกว้างและชัดเจนขึ้น

 

เมื่อวันก่อนร่วมวงสนทนาคนพุทธใบลานเปล่ากับคนคริสต์แค่กางเขน
เลยได้รู้ว่ามีแบบทดสอบความเชื่อของบุคคลว่าโน้มเอียงไปทางใด ลองทดสอบดูได้ครับ

ภาษาอังกฤษนะ เป็นเรื่องของศาสนา คำศัพท์เลยอาจจะแปลกตาหน่อย

 

ลองหยิบมาจำแนกดูว่า ผลการทดสอบของผมออกมาแนวไหน
(เขียนโดยอิงความคิดตนเอง ซึ่งมีแนวคิดแบบนั้นอยู่แล้ว อาจไม่มีความถูกต้องหรือเป็นกลาง)

 

1) Secular Humanism (100%)

แนวคิดมนุษยนิยม ถือตรรกะเป็นหลัก ตัดเรื่องทางโลกกับทางธรรมออกจากกัน
อธิบายความเป็นไปของมนุษย์ด้วยวิทยาการ ทุกอย่างเป็นไปด้วยกลไกของธรรมชาติ
ไม่เกี่ยวกับพระเจ้า ไม่เกี่ยวกับจิตวิญญาณ หรือพลังเหนือธรรมชาติ
(ถือเป็นเรื่องที่วิทยาศาสตร์กำลังไล่ล่าเข้าไปพิสูจน์)

ศาสนาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องทางโลก มีผลแต่เรื่องทางใจของแต่ละบุคคล
และอธิบายบุคคลนั้นด้วยจิตวิทยา สังคมศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์อีกทีหนึ่ง

การกระทำและวิถีชีวิต เป็นไปด้วยเหตุและผลของสิ่งแวดล้อม บวกกับวิจารณญานส่วนบุคคล
ไม่ใช่วิถีใครกำหนด หรือผลจากการกระทำในอดีต

ขับเคลื่อนสังคมและอารยะด้วยจิตสำนึกในสาธารณสมบัติ
สนับสนุนการกระทำเพื่อสาธารณประโยชน์

แนวคิดนี้สนับสนุนความเป็นปัจเจกชน ทุกคนมีสิทธิและศักยภาพในตัวเอง
มีอิสระในการเลือกวิถีชีวิต รวมถึงการรักร่วมเพศ หย่าร้าง ทำแท้ง เป็นสิ่งที่ทำได้
สนับสนุนสันติภาพ ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง (ไม่ละเมิดสิทธิคนอื่น)
มีแนวคิดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (พิทักษ์วิถีของธรรมชาติ)

 

2) Nontheist (93%)

ครอบคลุมตั้งแต่ไม่เชื่อในพระเจ้า (อเทวนิยม) ไปจนถึงไม่สนใจพระเจ้า (ไม่สนใจว่ามีจริงหรือไม่)

ไม่ได้แปลว่าไม่นับถือศาสนา อาจจะไม่มองพระเจ้าว่าเป็นเทพ
หรือว่าพระเจ้ามีจริงหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ แล้วหันไปนับถือเฉพาะคำสอนอย่างเดียว

ศาสนาพุทธเป็นอเทวนิยมนะครับ

 

3) Unitarian Universalism (90%)

แนวคิดนี้ให้ความสำคัญกับความเชื่อและศาสนาในเชิงนามธรรม ไม่ว่าจะเชื่อในพระเจ้าหรือไม่
ไม่ว่าจะเชื่อในบาปบุญคุณโทษหรือโลกหลังความตายหรือไม่ ก็ถือว่าเป็นเรื่องของสัญลักษณ์

ความเชื่อรูปแบบต่าง ๆ มีไว้เพื่อให้ตระหนักในการกระทำของตนเอง มากกว่าเป็นวิถีที่ต้องปฏิบัติ

เชื่อในอิสระการเลือกเส้นทางการดำเนินชีวิตของแต่ละบุคคล และการไม่ละเมิดสิทธิซึ่งกันและกัน
เช่นเดียวกับ Secular Humanism (แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีคิดแบบตรรกนิยม)

อาจอธิบายความเชื่อนี้ได้ไม่ตรงนัก เนื่องจากเป็นแนวคิดที่กว้าง
ไม่เจาะจงเฉพาะศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ผมอ่านแล้วก็ยังงง ๆ อยู่

 

สรุปแค่สามลำดับต้นพอ ถัดไปเป็นพุทธศาสนาแบบเถรวาท (74%) คะแนนลดหลั่นไปเยอะ
ถึงจะซึมซับแนวคิดพุทธมาเยอะ แต่ยอมรับว่ามีแนวคิดขัดกับพุทธแบบไทย ๆ เยอะเหมือนกัน

ผลแบบทดสอบนั้นเก็บลิงก์มาเปิดดูภายหลังได้นะ

 

ศาสนาเป็นเรื่องพูดกันยาก โดยส่วนตัวแล้วไม่ค่อยมีปัญหา ชอบฟังหลาย ๆ แนว
เพราะมองในเชิงสัญลักษณ์ และผลกระทบในเชิงสังคม การปกครอง ไปจนถึงเศรษฐศาสตร์มากกว่า

จากแบบทดสอบจะเห็นว่า ความโน้มเอียงของผมฝั่งคริสต์ศาสนานั้นต่ำมาก
แต่โดยส่วนตัวค่อนข้างสนใจกิจกรรมของชาวคริสต์ ในแง่ของการขับเคลื่อนสังคม
ซึ่งชัดเจนและมีเป้าหมายมากกว่าองค์กรชาวพุทธทั้งหลายเยอะ

 

ประโยคที่ว่า ทุกศาสนาสอนให้เป็นคนดี ผมก็เคยใช้และตอนนี้คิดว่ามันเก่าไปแล้ว
ถึงศาสนาจะสอน แต่คนไม่นำไปปฏิบัติ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร และนับวันยิ่งพบเห็นมากขึ้นทุกที

หันมาศึกษาศาสนาและความเชื่อให้มันหลากหลายและกว้างขวางขึ้น
รู้จักกับแนวคิดความเชื่อที่แตกต่างให้มากขึ้น ทำความเข้าใจ และปรับตัวเข้าหากัน
ขอแค่เคารพความแตกต่างระหว่างความเชื่อและศาสนาก็มีประโยชน์แล้ว

ส่วนมือจะถือสาก ปากจะถือศีล หรือจะเป็นใบลานเปล่า ก็ตามใจชอบแล้วกันครับ

 

อ่านต่อ


เชื่อในตัวเองค่ะ
และก็ยอมรับผลของการกระทำที่ตนก่อ
#15 by นางสาวความสุข At 2008-03-23 22:40,
พุทธศาสนาในสายตาแม่ชีฝรั่ง

ศาสนาพุทธในสายตาของฉันนั้นไม่ใช่เป็นเพียงแค่ศาสนา แต่ยังเป็นปรัชญาชีวิต เราไม่จำเป็นที่จะต้องเชื่อทุกสิ่งทุกอย่าที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ชีวิตของเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับพระผู้เป็นเจ้าดลบันดาลให้เป็นไป แต่ชีวิตเป็นของเรา เราสามารถที่จะมีชีวิตที่ดีได้ หรือไม่ดีก็ได้อยู่ที่การทำตัวของเราเองเราเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งของตัวเรา พระพุทธเจ้าไม่เคยทรงตรัสว่าให้เชื่อ แต่ท่านสอนให้เราหาความจริงด้วยการปฎิบัติเอง พิสูจน์ทดสอบธรรมะที่ท่านตรัสไว้ ด้วยการปฎิบัติให้รู้จริงด้วยตัวเอง คำนี้เองที่ทำให้ฉันสนใจพุทธศาสนา ที่ฉันไม่ต้องทำตัวเหมือนเป็นลูกแกะ ที่เอาแต่เดินตามคนเลี้ยง

ด้วยคำสอนของครูบาอาจารย์เราก็สามารถนำมาเป็นวิถีทางแห่งการปฎิบัติ แต่ทุกคนก็ยังคงต้องปฎิบัติ ด้วยตนเอง ไม่มีใครมาทำแทนให้ได้ เราควรดีใจที่วันนี้ยังมีครูบาอาจารย์ที่พอจะมีความรู้จากประสบการณ์มาถ่ายทอดให้ด้วยตัวเอง สอนในวิถีทางที่ถูกต้องซึ่งสำคัญมาก เราไม่สามารถเข้าใจได้ ถ้าเราฟังธรรมะแต่เพียงอย่างเดียว เราจะได้ความรู้จากการอ่าน แต่ถ้าเราต้องการจะรู้จริงให้ลึกซึ้ง ต้องปฎิบัติด้วยตนเอง เป็นทางเดียวที่จะรู้ได้ บางครั้งมีคนมาถามฉันเกี่ยวกับพระเจ้าว่า พระเจ้ามีจริงหรือไม่ ฉันก็ตอบว่า "พระเจ้ามีจริง แต่ ฉันเชื่อในแนวทางที่พระพุทธเจ้าสอน พระพุทธเจ้ารู้ทุกอย่างในโลกนี้ รู้ทั้งจักรวาล พระองค์ยังคงรู้เรื่อง พระเจ้าด้วย และท่านยังคงรู้ว่าใครสร้างเรา นั่นก็คือตัวเราสร้างตัวเราเอง"

บริจิต สล็อตเทนเบเชอร์
http://www.vimokkha.com/nunbrigittet.htm
http://www.komchadluek.net/column/pra/2004/06/29/02.php


ดูที่มา : http://www.tlcthai.com/club/list_topic.php?club=buddhism&club_id=1278&table_id=1&cate_id=788


#12 by montasavi At 2007-11-24 20:30,
เอ่อ favorite เหรอนั่น ทำไมมันย๊าวยาว ไม่พูดเรื่องศาสนานะคะ big smile
#11 by tungmay At 2007-11-22 19:31,
ยังไม่ได้ทำเลย sad smile แวะไปทำดีกว่า
#10 by ตุ้มเป๊ะ At 2007-11-21 23:14,
ขอแวะไปทำก่อนล่ะกัน
เพราะยังไงดีล่ะ เป็นพุทธที่ไม่ค่อยเข้าวัดเท่าไหร่
#9 by The Flaneur At 2007-11-21 22:55,
ผมเป็น New Age กับ Unitarian Universalism เท่ากันที่ 100% ครับ
ผู้รู้ธรรมชอบที่จะเอาชนะผู้อื่น
แต่ผู้ปฏิบัติธรรมชอบที่จะเอาชนะใจตัวเอง big smile
#7 by リリース At 2007-11-21 20:40,
เหอๆ ผมพุทธเถรวาท 100% รองมาเป็น Unitarian Universalism แล้วก็พุทธมหายาน เหอๆ
#6 by ฟิวส์ At 2007-11-21 19:02,
เรื่องศาสนานี่เวลาเอามาพูดก้จะมีการขัดกันในความเชื่อ จึงไม่มีใครเอามาใช้เป้นหัวข้อสนทนาซักเท่าไหร่

เรื่องที่ชาวคริสต์มีเป้าหมายให้กิจกรรมต่างๆมากกว่าชาวพุทธนี่เรื่องจริง เพราะว่าชาวคริสต์ ตามหลักศาสนาจะเป็นการทำเพื่อผู้อื่นก้จะมีการทำอะไรหลายๆอย่าง เป็นการรวมเงินไปช่วยชาวบ้านอะไรประมาณนี้ก็ดี

แต่ว่าสำหรับหลักธรรมคำสอนของพุทธจะเน้นปฏิบัติให้ปล่อยวางมีใจเมตตา แต่ที่สำคัญแล้วต้องปล่อยวาง
ก็คือไม่ยึดติด ดังนั้นก็จะไม่ค่อยเน้นด้านการช่วยเหือสังคมเท่าไหร่เพราะถ้าตัดกิเลสไม่ได้ก็ไม่ถึงการดับทุกข์
#5 by [veho---[[as Gaara]] At 2007-11-21 19:01,
ไม่มีใครที่เกิดมาแล้วเป็นคนดีได้โดยไม่ได้รับการสั่งสอน หรือประสบการณ์รอบข้าง (จากคนที่มีศาสนา)
คนที่ไม่รู้ตัว แล้วพยายามยกตนขึ้นเหนือคำสอนใด ๆ ย่อมไม่ใช่ผู้เจริญ..
บางคนนับถือลัทธิ ลัทธิก็แตกมาจากศาสนา
ผมเองมองว่า ถ้าใครซักคนไปบอกพ่อแม่ว่า ขอไม่นับถือศาสนาอะไรเลย ท่านจะได้รับสิ่งดี ๆ ที่เรียกว่าคำสอน จากพ่อแม่โดยไม่พลาด
ผมเห็นหลายคนออกมาบอกเล่าว่า ไม่นับถือศาสนาเพราะรู้ดีชั่วด้วยตัวเองทีไร
อยากให้กลับไปนึกให้ดีว่า ใครเป็นคนแรกที่บอกเขาว่า "ทำชั่วไม่ดี ต้องเป็นคนดี" และคน ๆ นั้น เขาได้มาจากไหน
ถึงการพูดจะไม่ได้ดูถูกลบหลู่ศาสนาใด แต่ก็ได้ทำไปแล้วด้วยจิตใจ หาใช่วาจา
ตามความเห็นผม ผมมองว่า มีศาสนาให้นับถือ ย่อมดีกว่าไม่มีให้นับถือนะครับ
บททดสอบนั่นออกมา ทำให้ผมมั่นใจว่า ผมทำทุกอย่างดีที่สุดแล้ว
ผมนับถือศาสนาพุทธครับ
ผมพยายามทำความดีทุกวันครับ
ผมชอบฟังพระเทศน์ด้วย ฟังทุกวัน
ทำบุญบ่อย ๆ ไม่ได้หวังภพหน้า แต่ช่วยเหลือกันได้ก็ช่วย ไม่ส่งเสริมการงอมืองอเท้า
ผมปฏิบัติตลอดมาครับ
#4 by นิเกะ At 2007-11-21 18:22,
พุทธแท้อยู่ในหลัก พระพุทธเจ้าไม่ใช่ Idol แต่เป็น Source
#3 by mondaytakeshi At 2007-11-21 18:09,
นับถือคริสต์ค่ะ เป็นคริสตัง
แต่ไม่ได้ไปโบสถ์นานแล้ว
ชีวิตประจำวันไม่ได้ทำอะไรที่เดือดร้อนกับตนเองและผู้อื่น ไม่กินเหล้าสูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน
ไม่ได้ผิดสามีคนอื่น ไม่ด่าไม่นินทาใคร
ก็เลยคิดว่าไม่ต้องไปแก้บาปอะไรมากมาย
#2 by eeddy(อี๊ด) At 2007-11-21 17:27,
แล้วแต่ศรัทธาค่ะ big smile
#1 by Meowzilla Zilla At 2007-11-21 17:22,