2008/Nov/08

พ้นฤดูแล้วฝนเจ้าตกไปถึงไหน
เสียงร่ำไห้ชาวนาเศร้าโศกหนอ
ท่วมแปลงนาเกี่ยวไม่ได้น้ำตาคลอ
เน่าคารวงน้ำท่วมกอต่อหน้าตน
 
บ้างฝืนเกี่ยวพอได้แต่เสียหาย
เงินมลายหายไปตามสายฝน
ทั้งร่วงหล่นทั้งแฉะชื้นให้ทุกข์ทน
ราคาหม่นป่นกายใจไม่สิ้นเอย๚

 

ผมแต่งกลอนรับฤดูหนาวมาหลายปี แต่ปีนี้แม้อากาศจะเริ่มเย็นลงแล้ว แต่ยอมรับว่าแต่งไม่ออก เพราะเห็นสายฝนแล้วเศร้าใจ ขับรถผ่านไปทางไหน ตอนนี้เห็นแต่น้ำ น้ำ น้ำ และ น้ำ

เมื่อกลางปี พิจิตรประกาศเป็นเขตภัยพิบัติน้ำท่วม เกือบทุกคนที่ผมคุยด้วยจะต้องถามว่า

" น้ำท่วมเป็นไงบ้าง ? "
" บ้านแกน้ำท่วมยัง ? "

ตอนนั้นคำตอบของผม คือ สถานการณ์ปกติ ท่วมเฉพาะบริเวณที่เคยท่วมเป็นประจำ ต้นข้าวอยู่ในช่วงสู้น้ำ ถ้าน้ำไม่ท่วมนานและระดับน้ำไม่สูงมาก ต้นข้าวยังมีโอกาสรอด แปลงไหนเป็นข้าวนาปีโอกาสรอดก็ยิ่งสูง (ส่วนข้าวนาปรัง ก็ภาวนาให้น้ำลดเร็ว ๆ ไปแล้วกัน)

ส่วนชุมชน ถนนหนทาง โดยรวมยังปกติ ไม่ได้ท่วมมากมายเหมือนที่หลายคนเป็นห่วง อันนี้เข้าใจได้ว่า เพราะน้ำท่วมในประสบการณ์ของคนเมืองใหญ่นั้นต่างกับของคนชนบทมาก

 

แต่ตอนนี้ทั้งที่ควรจะสิ้นฤดูฝนแล้ว ฝนตกเกือบทุกวัน ตกหนักและถี่กว่าฤดูฝน พื้นที่ที่น้ำท่วมมีมากกว่าตอนประกาศเป็นเขตภัยพิบัติเสียอีก

คนที่ไม่ได้พึ่งพิงชีวิตกับการเกษตรคงไม่รู้สึก มองไปตามนาข้าวจะเห็นนาข้าวสีทองอร่าม คนผ่านไปมามองคงเป็นภาพน่าชม แต่เกษตรกรเจ้าของนาเห็นเป็นเงินที่ไขว่คว้าไว้ไม่ได้ เพราะดินชุ่มน้ำ รถเกี่ยวเข้าไม่ได้ บ้างก็ถูกน้ำท่วมกอ เมล็ดข้าวเน่าคารวง ไม่ทันได้เก็บเกี่ยว

บางแปลงโชคดี มีโอกาสได้เกี่ยว แต่ก็เจอความชื้นสูง ยิ่งฟ้าฝนวิปริต แดดไม่ออก เอาข้าวตากไม่ได้ เมื่อข้าวไม่แห้ง เอาไปขายก็โดนหักค่าความชื้นสูง เสียราคาไปนับพันบาทต่อตัน

 

ข้าวราคาดี ?
รัฐบาลรับประกันราคา ?

ผมมองว่า รัฐบาลเดินทางผิด ตั้งแต่ริเริ่มโครงการรับประกันราคาข้าวเมื่อหลายปีที่แล้ว ผมไม่เคยคิดว่าวิธีช่วยเหลือชาวนาแบบนี้เป็นวิธีที่ยั่งยืน และไม่มีวันแก้ปัญหาให้ชาวนาได้ (นอกจากจะโชคดีสุด ๆ เช่น ราคาข้าวในตลาดโลกขยับสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ซึ่งไม่มีวันเป็นไปได้)

ปีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ต้นปีราคาข้าวขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ แถมต้นทุนการทำนาก็สูงขึ้นไปด้วย กลางปีราคาข้าวตกลงมาเรื่อย ๆ ต้นทุนทำนาอาจจะลดลงบ้าง แต่อย่าลืมว่า ต้นทุนส่วนใหญ่นั้นจ่ายไปก่อนแล้ว แถมปลายฤดูเจอฝนกระหน่ำ ถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้วไม่ได้เกี่ยว ข้าวยังไม่เข้าสู่โครงการประกันราคา เขาจะได้อะไรกลับคืน ?

ยังไม่รวมเรื่องลับลมคมในที่รัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่โครงการทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

 

ในช่วง 20-40 ปีข้างหน้า ระบบทำนาข้าวแบบเดิม ๆ จะทยอยสูญหายไป กลายเป็นระบบนายทุนนาข้าวที่มีวิธีการจัดการความเสี่ยงที่เข้มแข็งกว่านี้ (โดยไม่พึ่งแต่รัฐบาล) และเป็นสิ่งที่นโยบายใด ๆ ของรัฐบาลก็ไม่มีวันยับยั้งไม่ให้เกิดได้

เรื่องจะอนุรักษ์กสิกรรมแบบดั้งเดิม ทำใจไว้ได้เลย

 

... วันนี้แดดจ้ามาตั้งแต่เช้า
... ตอนนี้บ่ายแก่ ๆ ได้ยินเสียงฟ้าร้องมาแต่ไกล

 

อ่านต่อ


เปลี่ยนไปตามลมbig smile
#8 by Meowzilla Zilla At 2008-11-11 13:34,
#7 by house At 2008-11-11 12:57,
http://house.exteen.com/20081111/entry

แจม
#6 by house At 2008-11-11 12:50,
ระบบเดียวที่ช่วยได้คือสหกรณ์ แต่คงไม่เหมาะกับคนไทยembarrassed
#5 by Shuu Exteen At 2008-11-11 02:03,
เป็นไปตามกรรมธรรมดาโลก...

แต่ว่าเราอาจรักษากสิกรรมดั้งเดิมได้นะครับ
ผมยังไม่สิ้นหวังหรอก
แถวบ้านผมก็อากาศวิปริตครับ ก่อนออกพรรษาฝนแทบไม่ตกเลย แต่พอถึงวันออกพรรษาปุ๊บ ฝนตกทุกวันมา 3 สัปดาห์แล้วครับ เกษตรกรล้มทั้งยืน เพราะช่วงที่พืชผลใกล้เก็บเกี่ยวแบบนี้ ฝนจะกลายเป็นศัตรูที่ทำลายผลผลิตอย่างแรง angry smile
#3 by chubby At 2008-11-08 18:14,
เทรนมันก็ต้องเป็นแบบนั้นแหละ
ผมคนนึงที่อยากจะลงทุนด้านนี้เหมือนกัน
#2 by Demigod At 2008-11-08 16:07,
เหี่ยวเลย
#1 by ตุ้มเป๊ะ At 2008-11-08 15:54,